สำหรับน้องๆ Born to be Art และคนที่เผลอเข้ามาอ่านทุกคนนะครับ
ขอแทนตัวเองว่า"พี่"นะครับ
วันนี้พี่มีอารมณ์ศิลป์พุ่งกระฉูดจึงนั่งเขียนบทความเกี่ยวกับความฝันนี้ขึ้นมานะครับ
เป็นเรื่องราวของพี่เอง (BATT) ซึ่งถ้าใครอ่านแล้วเบื่อหรือไม่ชอบให้ข้ามไปเลยนะครับ***จะComment มาก็ได้ แต่ผมไม่ต้อนรับคำติติงครับ อิอิ***...
เมื่อพูดถึงความฝัน
ในนิยามของพี่ คำนี้ก็ไม่ต่างจากคำว่าเป้าหมาย
ความฝัน=เป้าหมาย***ไม่ได้โฆษณากระทิงแดงนะจ๊ะ***การจะตามหาเป้าหมายในชีวิตนั้นบางทีนั่งเทียนเขียนออกมาก็ยังนึกไม่ออก
ว่าเป้าหมายในชีวิตของเราจะเป็นยังไง เราคาดหวังไว้แบบไหน วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง
สัปดาห์หน้า เดือนหน้า ปีหน้า อีก4-5ปี และต่อๆไปจะเป็นยังไง
พี่เห็นน้องๆหลายคนกำลังมีไฟ และน้องๆหลายคนที่ยังคงต้องการฟืนพี่คิดว่าเรื่องราวของพี่คงเป็นประโยชน์กับน้องๆบางคนได้ ไม่มากก็น้อย
เลือกทำตามเฉพาะในสิ่งดีๆนะครับ
เขียนจากประสบป์การณ์ของพี่ซึ่งก็ห่างจากน้องๆเพียง 9-10ปีตัวพี่ในตอนที่เริ่มเรียนวาดรูปครั้งแรก (ตอนที่น้องๆคงอยู่ ป.1-ป.2)พี่ไม่เคยรู้ว่าจะเกิดอะไรต่อหลังจากนี้ เรียนไปแล้วเราจะได้อะไร เรียกว่าไม่เคยคิดถึงเรื่องดังกล่าวเลยขอท้าวความไปก่อนที่จะได้เรียนวาดรูปละกันนะครับเนื่องจากในตอนนั้นพี่เป็นเด็กเกเร และไม่เคยสนใจสิ่งรอบตัว
นอกจากความสุขวันต่อวันของตัวเอง
ติดเล่นเกมส์งอมแงม เล่นกีฬาบ้าง ทะเลาะกับคนอื่น ทำสิ่งไม่ดี
แอบสูบบุหรี่ และอีกหลายๆอย่าง ซึ่งเราเห็นเพื่อนมันก็ทำกันปกติ
(ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง)
แต่จุดเปลี่ยนในชีวิตมาจาก วันหนึ่งที่พี่มีปัญหากับที่บ้านอย่าง
หนักมากแล้วค้นพบตัวเองว่า
นอกจากเหรียญทองแดงในการว่ายน้ำตอน ม.1แล้วเราไม่เคยทำอะไรดีๆให้กับตัวเองและคนรอบข้างเลย(ทั้งๆที่ถูกสอนอยู่เสมอว่าที่บ้านไม่ได้ร่ำรวย
ทำไมจึงไม่ตั้งใจเรียนหรืออะไรต่างๆนานา สุดแล้วแต่พ่อแม่จะบ่น)เห็น
พ่อแม่น้ำตาไหล พี่ชายพี่สาวก็พลอยเหม็นหน้าเราไปด้วย
คนในบ้านไม่อยากคุยกับเราเหตุการณ์ในตอนนั้นคือพี่เรียนได้ 1.83
ซึ่งสำหรับพี่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร .83ได้มาก็บุญแล้ว แต่กลับไปเจอเรามีเรื่องวางมวยกับพี่ชายตัวเอง กับคนอื่นไม่เท่าไร และก็จับได้ว่าดูดบุหรี่ ผลคือ GAME OVER!ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกตัวและคิดเพียงว่าจะต้องทำอะไรบางอย่างซะแล้ว!พี่ก็เอาเงินเก็บจาก แต๊ะเอีย ทั้งชีวิต! (T.T) ทั้งหมด14,000
ไปสมัครเรียนพิเศษเอง หลายวิชา หมดหูรูดเลยครับ
โดยตั้งใจว่าคราวนี้จะลองดูดี๊ ทำได้มั้ยตู!อยากให้คนอื่นรู้สึกดีกับเราบ้าง และไม่อยากทำให้พ่อแม่เสียใจ
พี่ตั้งใจอ่านหนังสือเป็นอย่างน้อยวันละ 1-2ชม. ทำแบบฝึกหัดต่างๆ โดยที่ยังคงเตะบอลเล่นกับเพื่อนๆในตอนเย็น
แล้วค่อยเดินไปนั่งรถเมล์กลับบ้าน
ตอนนั้นมีแฟน ก็ยังได้เที่ยวเล่นกัน***เดินห้างอย่างเดียว เดินล้วนๆเพราะไม่มีเงิน
กินข้าวได้แพงสุดก็ไข่ปิ้ง กับ ไวตามิลค์(เรื่องนี้"พี่กัน"จะเก่งมาก)
ผลก็คือเทอมนั้นพี่สอบได้ 3.18 เป็นการเหยียบเลข 3 ครั้งแรกในชีวิตทุกคนงง พ่อแม่ก็งง เพื่อนงง หลายๆคนพูดว่า"ไอ้แบดโชคดี"
แต่พี่ไม่งง เพราะพี่รู้ว่าสิ่งที่ได้รับมามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันไม่ใช่โชคดี!เกี่ยวกับเรื่องเป้าหมาย นี่เป็นบทพิสูจน์แรกในชีวิต พี่ดีใจมาก มันเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับบางคน แต่สำหรับพี่แล้ว จากคนที่เรียนหนังสือไม่ได้
ต้องใช้ความพยายามที่มากกว่าคนอื่นหลายเท่า เพราะเราต้องไปทวนบทเก่าๆ
อ่านหนังสือก็จิตหลุด ต้องอ่านซ้ำบรรทัดละ2ครั้งหลังจากนั้นก็สามารถเรียนได้อย่างเข้าใจมากขึ้น คล่องแคล่วในวิชาเลขและฟิสิกส์ขึ้น
คอยช่วยเหลือเพื่อนๆในวิชาดังกล่าวได้บ้าง
และได้มาเริ่มเรียนวาดรูปวิชา drawing ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเป้าหมายในชีวิต
อ่านต่อตอนที่สองนะครับ